Rangwan.Com

Every Day is A Reward

เห็นจาก แว่นตาลดน้ำหนัก? แล้วก็สงสัยว่า มันจะใช้งานได้จริงเหรอ ไม่ได้ข้องใจว่าทฤษฏีอาหารสีน้ำเงินมันผิดหรอกนะ ก็ mega clever ฉลาดสุดๆ เขาก็เคยพิสูจน์กันให้เห็นแล้วว่า มนุษย์เรานี้ไม่รู้สึก “อยาก” กับอาหารสีน้ำเิงินจริงๆ

แต่ว่าจริงๆ แล้วปัญหาของคนน้ำหนักเกิน (ก็อ้วนนั่นแหล่ะ) มันอยู่ที่ระเบียบวินัยในการควบคุมอาหารไม่ใช่เหรอ คือว่า ต่อให้แว่นนี้มันช่วยเปลี่ยนสีอาหารจริงๆ สมมติว่าคน น.น.ก. (ก็น้ำหนักเกินนั่นแหล่ะ) อยากสุดๆ ก็แค่ถอดแว่นออก เขาก็กินได้อย่างเอร็ดอร่อยเหมือนเดิมแล้วนะ

ไม่เวิร์คแน่ๆ

นี่มันต้องระดับนี้ ข้าวหอมมะลิสมุนไพร ฟ้ากันเห็นๆ ฟ้ากันจะๆ หุงแล้วทั้งดีกับสุขภาพกายด้วยสมุนไพร แถมยังช่วยควบคุมน้ำหนัก และประหยัดเงินด้วย (กิโลตั้ง 79 บาท แถมกินได้น้อยเพราะไม่อยากกินอีกตะหาก)

ไม่รู้ผู้ผลิตตั้งใจรึเปล่านะเนี่ย 555

เมื่อวันเสาร์มีโอกาสแวะไปเยี่ยมร้าน Crépes & Co. Cafe’ Restaurant แถวสุขุมวิท 12 เนื่องจากได้รับคำบอกกล่าวมาว่าเครปร้านนี้เด็ดนัก ดังนั้นหลังจากผู้เขียนและผองเพื่อนเสร็จจากภารกิจตรวจเยี่ยมอาหารเกาหลีย่านสุขุมวิทแล้ว จึงไม่พลาดแวะเวียนไปชิมไปถ่ายรูปไปกันเลย

จริงๆ ร้านนี้มีอาหารทั้งคาวและหวานบริการ แต่เนื่องจากพวกเราตื้อกันมาจากอาหารเกาหลีแล้ว จึงได้แต่สั่งเครปหวานๆ มาล้างปาก แล้วหมายตาหมายใจกันว่า คราวหน้าจะมาถล่มอาหารคาวกันเสียให้คาวปากไปเลย

เอาล่ะ มาดูรูปอาหารกันดีกว่า

จานแรก เครปกล้วยหอมราดช๊อคโกแลต

จานที่สอง เครปส้มกับวิปครีมและไฮศครีมรัมเรซิน

จานที่สามเครปสตรอเบอรี่และไอศครีมวานิลาราดช๊อคโกแลต

จานสุดท้าย เครปมะม่วงราดซอสมะม่วง

เรื่องรสชาดนั้นไม่ต้องห่วง น่าจะถูกใจใครหลายๆ คน แต่ถ้าถามเรื่องราคา ก็พิจารณาจากย่านสุขุมวิทแล้วคงไม่ต้องบอกกระมังคะว่า ไม่ถูกแน่นอน แต่จะแพง แพ้งแพง แพงโคตะระๆๆ หรือไม่นั้น อันนี้ก็คงต้องแล้วแต่ใครเป็นคนจ่ายอ่ะนะ

plara-source.jpg

เหมาะสำหรับใส่ส้มตำ ต้มแซ่บ แกงลาว แกงเปรอะ ผัดผัก ทำน้ำจิ้มไก่ย่าง หมูย่าง ทำน้ำพริกจิ้มแจ่ว นำไปใส่กะทิ เป็นปลาร้าหลนก็ยิ่งอร่อย หรือแม้แต่เหยาะลงในข้าวสวยร้อนๆ ก็อร่อยแล้ว

ปรกติแล้วบ้านผู้เขียนจะทานปลาร้าแบบแอบๆ คือ ไปร้านไหนเจอมีส้มตำปลาร้าขายก็สั่ง แต่ไม่ได้คิดจะซื้อมาติดบ้านเพื่อเป็นเครื่องปรุงไว้แบบนี้ เย็นวันนี้มาเจอกล่องนี้ตั้งในครัว ก็เกิดอาการเอ๋อๆ เหมือนกัน  ปรากฎว่ามีคนซื้อมาฝาก (หรือประชดฟะ)

ตอนนี้ก็ยังตกลงกันไม่ได้ว่า จะทำอะไรกับมันดี???

เป็นชื่อแหล่งเลี้ยงโคขุนในจังหวัดสกลนคร

นอกจากนั้นยังเป็นชื่อร้านอาหารที่เราไปชิมไปบ่นไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา รู้จักร้านนี้ครั้งแรกจาก “ร้านอาหาร โพนยางคำ เพื่อนบอย ชวน ชิม” เนื้อแด๊งแดงน่ากิ๊นน่ากิน เลยชักชวนสหายน้องๆ ไปร่วมสังสรรค์กัน

ภาพต่างๆ เหล่านี้ถ่ายไว้ระหว่าง “ยังไม่หิว” แต่เริ่มตาลายเล็กน้อย

poneyangkum.png

รสชาดอาหารนั้นอร่อยสมคำร่ำลือ แต่ที่ไม่ค่อยประทับใจคือ การบริการ อาจจะเป็นเพราะว่าร้านเริ่มเป็นที่นิยม พอลูกค้าเข้าร้านมากๆ เจ้าของร้านลืมปรับปรุงเรื่องการบริหารจัดการไป ในร้านจะพบป้ายเล็กๆ ประกาศรับสมัครพนักงานเสิร์ฟจำนวนมาก จริงแล้วพนักงานน่ะมีปริมาณพอสมควรอยู่แล้วนะ แต่ที่ต้องปรับปรุงอย่างด่วนคือ “การจัดการ” มากกว่า

เช่น ลูกค้าสั่งจิ้มจุ่มเนื้อน่องลาย ได้แต่เนื้อน่องลายมาก่อนล่วงหน้า (ประมาณ 30 นาที) ตามแล้วตามอีกก็ไม่ได้หม้อไฟมาจิ้ม จนกระทั่งทนรอไม่ไหว ต้องไปทวงกับคนใหญ่สุดในร้าน (คนคิดเงินนั่นเอง) จึงจะได้หม้อไฟมา ปัญหานี้จะหมดไป ถ้าจัดพนักงานซักสองสามคนคอยดูแลจัดอาหารให้ออกมาครบชุด แล้วค่อยยกไปส่งลูกค้า

หรืออย่างสั่งอาหารไปแล้วไม่ได้ เท่าที่สังเกตดู ไม่เห็นมีพนักงานคนไหน ถือกระดาษปากกาเลย สั่งไปแล้วได้แต่พยักหน้าหงึกๆ ถามว่าจำได้มั๊ย ก็บอกว่าจำได้ แต่อาหารก็ไม่มาอยู่ดี ปัญหานี้หลายๆ ร้านก็มีตัวอย่างให้ดูแล้ว อย่าง MK ลงทุน PDA ไว้จดกันเลย สำหรับร้านเล็กๆ จดใส่กระดาษก็ได้ แล้วมีพนักงานอีกคน คอยช่วยแยกแยะอาหารที่สั่ง ส่งต่อให้พนักงานชุดที่คอยจัดอาหาร

เท่านี้ร้านก็คงไม่ยุ่งเหยิงวุ่นวายมากขนาดนี้

สำหรับผู้เขียนแล้ว แม้อาหารจะอร่อยขนาดไหน แต่ยุ่งเหยิงวุ่นวายขนาดนี้ขอบายดีกว่าค่ะ ได้ทดลองชิมไปบ่นไปครั้งแรกครั้งเดียวก็พอ ทีหลังหาส้มตำ+จิ้มจุ่ม แถวๆ บ้านที่บริการดีพอสมควร และก็บรรยากาศสบายๆ ใกล้ๆ บ้านกินดีกว่า

ป.ล. ใครทดลองไปกินแล้ว ติดใจเนื้อ แต่ไม่ติดใจบริการ หาซื้อเนื้อโพนยางคำไปทดลองทำกินเองได้ที่บ้าน สหกรณ์โพนยางคำมี 2 สาขาในกรุงเทพฯ ใกล้เซียร์รังสิต กับแถวสุขุมวิทข้างวิลลาซุปเปอร์มาเก็ต