
ช่วงเย็นๆ เมื่อวาน กำลังเตรียมงานคร่ำเครียด คุณแม่บ้านประจำสำนักงานก็มากระซิบ
“คุณ Aoyoyo เขาออกประกาศว่าพรุ่งนี้ ห้ามออกจากบ้าน จะมีปฏิวัติค่ะ”
“หา … อะไรนะ”
“เขาบอกอย่างนี้จริงๆ ค่ะ”
“ใครบอกคะ เอาข่าวมาจากไหน”
“โทรทัศน์ค่ะ เขาออกข่าว”
“ไม่ด๊าย … ห้ามปฏิวัติ ห้ามเด็ดขาด ช้านเตรียมงานกันมาเป็นเดือน จะขึ้นโปรเจ็คต์กันพรุ่งนี้ ขืนห้ามออกจากบ้าน เป็นอันฉิบหายวายวอดพอดี ไหนๆๆ ใครเอาเบอร์นายกฯ มาดิ๊ จะโทรไปบอกหน่อย มีอะไรก็ยอมๆ เขาไปก่อน ขอตรูขึ้นโปรเจ็คต์ก่อนเฟ้ยยยยย”
ด้วยความตื่นตระหนก กลัวข่าวคุณแม่บ้านเป็นจริง ผู้เขียนและสหายร่วมโครงการต่างก็เปิดอินเตอร์เน็ตเช็คข่าวเป็นการใหญ่ ค่อยยังชั่วที่พบว่าข่าวลือไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ผู้เขียนก็ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป แต่แค่ผ่านไปสักพัก น้องคนหนึ่งในทีมก็เดินหน้าตาตื่นเดินเข้ามา
“พี่ Aoyoyoๆๆๆ เมื่อกี๊เค้านั่งทำงานตรงนู้น ได้ยินเสียงดังแบบคนพูดโทรโข่งเรียกชุมนุมพลกันยกใหญ่เลย เสียงมาจากทางฝั่งสวนรถไฟอ่ะ”
“เหรอ เสียงดังมากมั๊ย คนเยอะป่าว”
“เสียงดังดิ ตกใจเลย แต่พอฟังดีๆ … เป็นเสียงเค้าเรียกรวมพลเต้นแอโรบิคอ่ะ”
“เฮ่อ … พูดเสียให้ตกใจ”
“ก็ตกใจจริงๆ อ่ะ แบบว่า นึกว่าเอาแล้ว …”
กลายเป็นความกลัวปฏิวัติกึ่งจะ panic และ freak out ไปแล้วนะเนี่ย อย่างไรเสีย ขอกันสักนิดนะคะพี่ตำรวจ พี่ทหาร พี่พันธมิตร ขอผู้เขียนและทีมงานได้ขึ้นโปรเจ็คต์กันก่อน อย่าเพิ่งรีบร้อนปฏิวัติกันเลย สงสารคนทำงานตาดำๆ ตรากตรำทำงานไม่ได้พักผ่อนเต็มที่มา 2-3 เดือนแล้วกันบ้างเน้อ งึมงำๆๆๆ (บ่นบ้าไปใครเขาจะได้ยินบ้างเนี่ย)