Every Day is A Reward
RSS icon Email icon Home icon
  • Virtual Box ภาค 2

    Posted on April 26th, 2008 aoyoyo 3 comments

    เคยเขียนเรื่อง Virtual Box ไว้นานละ ตอนนี้ได้ฤกษ์ดีใช้งานกับ Xubuntu 8.04 บน Windows XP เสียเลย

    ขั้นตอนทำให้ใช้งานได้ก็มีคร่าวๆ ดังนี้

    1) ติดตั้ง Virtual Box (แน่นอนอยู่แล้ว)

    2) Downlaod Xubuntu ISO image แล้ว burn ลง CD รอไว้

    3) สร้าง new virtual machine ใน Virtual Box เลือก Linux Kernel 2.6

    แล้วก็ทำตามหน้าจอเป็น step ไปเรื่อยๆ  ก็จะเข้าถึงขั้นตอนการติดตั้ง Xubuntu ตามปรกติ ก็จะได้ Xubuntu 8.04 มาใช้งานแล้ว

    สาเหตุที่เลือกใช้ Xubuntu ก็เพราะคาดว่า มันจะไม่กินทรัพยากรมากนัก

    ตอนนี้ยังมีัปัญหาหน้าจอใหญ่เกินไป คงต้องหาวิธีปรับแต่งกันต่อไป

    Related Posts:

  • Welcome Hardy Heron

    Posted on April 26th, 2008 aoyoyo No comments

    Related Posts:

  • How to block internet advertisements, banners and spyware in Linux

    Posted on November 10th, 2007 aoyoyo No comments

    ถ้าใช้ Firefox คงคุ้นกันอยู่แล้วว่าให้ติดตั้ง plug-in ได้แก่ Adblock+Filter Updater หรือ NoScript แค่นี้ก็เรียบร้อย

    แต่เดี๋ยวก่อน ยังมีอีกวิธีหนึ่ง ผู้เขียนไปเห็นมาจาก Ubuntu forum ซึ่งวิธีนี้สามารถใช้กับ browser อื่นๆ ได้ด้วย ที่เป็นเช่นนี้เพราะเราจะไปกันที่ระดับ DNS เลย โดยเราไปแก้แฟ้มข้อมูล /etc/hosts ให้มี domain name ของเว็บไม่พึงประสงค์ชี้มาที่ localhost ของเรา

    ใช้คำสั่งนี้

    sudo gedit /etc/hosts

    แล้วเพิ่มรายชื่อ domain name ที่ต้องการลงไป (ดาวน์โหลดตัวอย่างได้ที่นี่)

    คำเตือน: มีการรายงานวิธีนี้อาจทำให้การเรียกเว็บเพจช้าลง เพราะ browser พยายามจะติดต่อกับเครื่องของเราที่ไม่มี web server ทำงานอยู่จริง ดังนั้นจึงต้องรอจนกระทั่งหมดเวลา (timeout lag) ทำให้รู้สึกเสมือนว่าการเรียกเว็บเพจช้าลง ให้ลองเปลี่ยนค่าใน /etc/hosts ค่า domain name จาก localhost (127.0.0.1) เป็น 0.0.0.0 แทน (ผู้เขียนใช้ sed – stream editor ช่วยในการเปลี่ยน 127.0.0.1 -> 0.0.0.0 เพราะง่ายและเร็วสุด)

    หมายเหตุ: หากเราสังเกตว่ามี domain ใหม่ๆ ที่ยังไม่มีใน /etc/hosts ก็ทยอยๆ เพิ่มเข้าไป และวิธีนี้ใช้กับ OS อื่นก็ได้นะ (Windows: c:\windows\system32\drivers\etc\hosts Mac OS X: /etc/hosts

    อ้างอิง: How to block internet advertisements, banners and spyware in Linux

    Related Posts:

  • Ubuntu IP Forwarding

    Posted on November 5th, 2007 aoyoyo No comments

    สมมุติว่าเราต้องการใช้ Ubuntu เป็น gateway ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ออก Internet ดังภาพข้างล่าง

    ในที่นี้สมมุติอีกเช่นกันว่า เราสามารถทำให้ Ubuntu เชื่อมต่อ Internet ผ่าน interface ppp0 ได้แล้ว (สำหรับผู้เขียนใช้ bluetooth ผ่าน Sony Ericsson K550i) ดังนั้นขั้นตอนที่เหลือคือ ทำให้ X device ของเราสามารถเชื่อมต่อ Internet ได้โดยใช้ Ubuntu เป็น gateway

    ขั้นตอน
    1. ตรวจสอบก่อนว่า IP Forwarding ได้ถูก enabled ไว้แล้วหรือยัง

    sysctl net.ipv4.ip_forward ถ้าได้ net.ipv4.ip_forward=0 (หรือจะใช้คำสั่ง cat /proc/sys/net/ipv4/ip_forward ก็ได้) หมายถึงยังไม่ได้ enabled

    2. Enable IP Forwarding

    sudo sysctl -w net.ipv4.ip_forward=1 หรือ echo 1 > /proc/sys/net/ipv4/ip_forward จากนั้น restart process ด้วยคำสั่ง /etc/ini.d/procps.sh restart

    แต่ถ้าต้องการเปลี่ยนค่าถาวร ไปเพิ่ม net.ipv4.ip_forward=1 ลงใน /etc/sysctl.conf เมื่อเปิดเครื่องคราวหน้าจะได้ไม่ต้องทำซ้ำๆ อีก

    3. ทำ NAT ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้าย ใช้คำสั่ง iptables ในการทำ address translation ผ่าน interface ppp0

    sudo iptables -t nat -A POSTROUTING -o ppp0 -j MASQUERADE

    หากต้องการให้เปิดเครื่องใช้งานได้เลยก็เพิ่มคำสั่งข้างบนใน /etc/rc.local (ไม่ต้อง sudo นะ)

    โดยสามารถตรวจสอบก่อนและหลังทำคำสั่งข้างบน ด้วย sudo iptables -L -t nat จะแสดงเห็นความแตกต่าง

    เท่านี้ก็ทดลองใช้งานได้เลย เย้!

    อ้างอิง: How to enable IP Forwarding in Linux

    Related Posts:

  • Sony Ericsson K550i vs. Ubuntu Gutsy Gibbon on IBM R51

    Posted on November 3rd, 2007 aoyoyo 8 comments

    นึกขึ้นมาได้ว่า ยังไม่เคยทดลองต่อ Internet ผ่านโทรศัพท์มือถือ Sony Ericsson K550i ของเรากับ Ubuntu เลย วันนี้พอมีเวลาครึ้มอกครึ้มใจ เลยทดลองเสียหน่อย ผู้ใดสนใจก็ลองทำตามได้เลยนะ

    ขั้นตอน

    1. อันดับแรกต้อง enable bluetooth บน IBM R51 ขึ้นมาก่อน โดยกด Function F5 ซ้ำๆ
    2. จากนั้นพิมพ์คำสั่ง hcitool scan ควรจะต้องหา K550i พบ เช่นนี้

      00:1A:75:16:A1:33 K550i Aoy

    3. ลอง ping K550i ด้วยคำสั่ง sudo l2ping your-phone-mac-address

      Ping: 00:1A:75:16:A1:33 from 00:20:E0:7E:CA:E0 (data size 44) …
      44 bytes from 00:1A:75:16:A1:33 id 0 time 88.86ms
      44 bytes from 00:1A:75:16:A1:33 id 1 time 29.95ms
      44 bytes from 00:1A:75:16:A1:33 id 2 time 32.01ms
      44 bytes from 00:1A:75:16:A1:33 id 3 time 36.02ms
      44 bytes from 00:1A:75:16:A1:33 id 4 time 28.01ms
      44 bytes from 00:1A:75:16:A1:33 id 5 time 30.01ms
      44 bytes from 00:1A:75:16:A1:33 id 6 time 28.00ms
      7 sent, 7 received, 0% loss

    4. ลอง connect กับ K550i ด้วยคำสั่ง sudo hidd –connnect your-phone-mac-address
    5. จากนั้นเข้าไปดู channel number ในโทรศัพท์ เพื่อใช้ในการหมุนออก ด้วยคำสั่ง sdptool browse your-phone-mac-address มองหาบรรทัดที่เขียนว่า “Service Name: Dial-up Networking” และ “Protocol Descriptor List:” และ “RFCOMM” จะมีตัวเลขแสดง channel number อยู่
    6. เปิดแฟ้มข้อมูลด้วยคำสั่ง gksudo gedit /etc/bluetooth/rfcomm.conf แล้วพิมพ์

      rfcomm0 {
      bind yes;
      device your-phone-mac-address;
      channel your-phone-rfcomm-channel;
      comment “Bluetooth PPP Connection”;
      }

    7. สร้าง rfcomm0 device ด้วยคำสั่ง sudo /etc/init.d/bluetooth restart
    8. สร้าง script เพื่อใช้ในการเชื่อมต่อแบบ PPP ไม่ต้องคิดมากลอกไปเลย
    9. /etc/ppp/peers/gprs
      /etc/ppp/peers/gprs-connect-chat
      /etc/ppp/peers/gprs-disconnect-chat

      อย่าลืมเปลี่ยน mode ให้เป็น executable ด้วยนะ (sudo chmod +x …)

    10. ขั้นตอนสุดท้าย เรียก ppp service ขึ้นมาต่อ GPRS ผ่าน bluetooth modem ด้วยคำสั่ง pppd call gprs

    เท่านี้ก็เรียบร้อยสามารถใช้งาน Internet ผ่าน GPRS ผ่าน bluetooth modem ด้วย Sony Ericsson กับ Ubuntu Gutsy Gibbon แล้ว  ใช้คำสั่ง route -n เพื่อตรวจสอบการเชื่อมต่อจะเห็นเป็นดังนี้

    screenshot-aoyoyoaoyoyo-laptop.png

    Link: BluetoothSetup, BluetoothDialup, SonyEricsson z600 and Linux

    Related Posts:

  • Linux ต้องทำ disk defragment ไหม

    Posted on October 27th, 2007 aoyoyo 5 comments

    Disk Fragmentation ผู้ใช้ Windows หลายคนคงสงสัยไม่น้อย ว่าผู้ใช้ *nix (Unix/Linux) ต้องทำ disk defragmentation เสมอๆ แบบที่ตนเองทำกับ Windows OS หรือไม่

    ผู้เขียนเองก็สงสัยเช่นกัน หลายๆ คนเขาก็ว่า Ext2/Ext3 file system นั้นออกแบบมาดีแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำ disk defragment เหมือน FAT หรือ NTFS file system หรอก แต่ก็ยังมีบางคนเชื่อเช่นกันว่า ในบางกรณี *nix OS ก็ยังมีความจำเป็นต้องทำ disk defragment เหมือนกัน

    ITWorld.com
    อธิบายเรื่อง Fragmentation and Unix file systems ไว้น่าสนใจทีเดียว เขาบอกว่า fragmentation เกิดเมื่อ system ไม่สามารถจัดหาพื้นที่ (disk space) เพื่อจัดเก็บแฟ้มข้อมูลทั้งแฟ้มได้ในที่เดียว จึงต้องตัดแบ่งแฟ้มข้อมูลเป็นส่วนๆ แล้วแยกเก็บหลายๆ ที่ จากนั้นใช้ระบบ file system ในการติดตามว่าส่วนต่างๆ ของแฟ้มข้อมูลนั้นเก็บไว้อยู่ที่ไหน ทำให้ต้องใช้เวลานานขึ้นเมื่อต้องการอ่านแฟ้มข้อมูลนี้ เพราะ system ต้องไปค้นที่ตาราง file system ก่อนเพื่อหาตำแหน่งส่วนต่างๆ ของแฟ้มนี้ แล้วนำมาส่วนต่างๆ เหล่านั้นมาประกอบกันเป็นหนึ่งแฟ้มข้อมูล

    Fragmentation นั้นเป็นปัญหากับ FAT file system มากกว่า NTFS เพราะว่า FAT32 ออกมานานมากก่อนที่จะมีการคิดค้นวิธีการใหม่ๆ สำหรับ file system เพื่อให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

    สำหรับ Unix file system แล้ว ใช้วิธีการหลากหลายเพื่อลด fragmentation ให้น้อยที่สุด ตัวอย่างเช่น ufs file system ที่ใช้โดย Solaris และ BSD ทั้งหลาย ใช้วิธีเขียนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกันไว้ภายใน cylinder กลุ่มเดียวกัน เพื่อเป็นการลด seek time ในการเข้าถึงแฟ้มข้อมูล ขณะที่พื้นที่ข้อมูลขนาดใหญ่ถูกใช้เพื่อปรับปรุง throughput ขณะเดียวกันพื้นที่ข้อมูลขนาดเล็กๆ ถูกใช้เก็บส่วนของแฟ้มข้อมูลที่ไม่ต้องการพื้นที่ทั้งบล๊อค ทำให้ลดพื้นที่เสียเปล่า

    Linux ใช้ file system แบบ ext2 และ ext3 ซึ่งพยายามลด fragmentation ให้น้อยที่สุดเช่นกัน โดยใช้วิธีรักษาให้พื้นที่เก็บข้อมูลทั้งหมดของแฟ้มข้อมูลอยู่ใกล้ๆ กัน ซึ่งทำโดยจัดหาพื้นที่ไว้ล่วงหน้าให้มากพอ จึงสามารถเก็บข้อมูลไว้ในที่เดียวกันในกรณีที่แฟ้มข้อมูลมีขนาดใหญ่ขึ้น ช่วยลด fragmentation ไปได้ จะมีข้อยกเว้นอยู่บ้างก็สำหรับแฟ้มข้อมูลที่มีการเพิ่มขนาดอยู่เสมอๆ (เพราะพื้นที่จองล่วงหน้าก็มีขนาดจำกัดเช่นกัน)

    ITWorld.com จึงสรุปว่าการทำ disk defragment จึงไม่มีความจำเป็นสำหรับระบบปฏิบัติการ Linux แต่นานๆ ครั้งเราอาจตรวจสอบปริมาณ fragmentation ด้วยคำสั่ง fsck บ้าง

    ** /dev/rdsk/c1d0s4
    ** Currently Mounted on /mail
    ** Phase 1 – Check Blocks and Sizes
    ** Phase 2 – Check Pathnames
    ** Phase 3 – Check Connectivity
    ** Phase 4 – Check Reference Counts
    ** Phase 5 – Check Cyl groups
    77 files, 1004062 used, 2094449 free (81 frags, 261796 blocks, 0.0%
    fragmentation)

    เขาบอกว่าเป็นไปได้น้อยมากที่เราจะพบบ fragmentation เกินกว่า 5%

    แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์พิสดารที่ Linux ของเรามี fragmentation เกินกว่า 5% แล้ว สิ่งที่ต้องทำคือสำรองข้อมูล file system ด้วยโปรแกรม เช่น dump หรือ ufsdump จากนั้นสร้าง file system ขึ้นมาใหม่ด้วยคำสั่ง newfs หรือ mkfs แล้วเรียก file system ที่สำรองไว้ขึ้นมาเขียนทับ

    สำหรับ file system ขนาดใหญ่ ขั้นตอนทั้งหมดนี้อาจใช้เวลานานมาก ก็เลยมีคนพยายามจะสร้าง defragment for Linux ขึ้นเพื่อทำให้มันง่ายขึ้น สำหรับ Ubuntu ก็มี defrag ให้ใช้งานกันโดยเฉพาะ

    ผู้เขียนเองก็ยังไม่เคยต้อง defragment Linux file system เลย สงสัยและเขียนไว้เผื่อๆ งั้นแหล่ะ เผื่อว่าวันหนึ่งอาจจะจำเป็นน่ะนะ

    Related Posts:

  • สำหรับผู้ติดตั้ง Ubuntu 7.10 ครั้งแรก

    Posted on October 22nd, 2007 aoyoyo 1 comment

    อย่าลืมตั้งค่า Software Sources นะ โดยไปที่ System -> Administration -> Software Sources

    จะช่วยให้ Ubuntu update software ให้เราได้โดยอัตโนมัติ

    Related Posts:

  • Ubuntu 7.10

    Posted on October 21st, 2007 aoyoyo No comments

    ลงแล้วค่ะ Ubuntu 7.10 หลังจากอดทนโหลด ISO image เกือบ 700MB มาสองวัน เนื่องจากวันแรกที่ Ubuntu 7.10 ออกนั้น ยังไม่มีให้โหลดจากแหล่งในประเทศไทย ต้องไปเลือกไต้หวันโน่น เลยโหลดได้ค่อนข้างช้า พอผ่านไปวันที่สอง คราวนี้มีประเทศไทยให้เลือกแล้ว ความเร็วค่อยยังชั่วหน่อย

    ความประทับใจแรกคือ Live CD Ubuntu 7.10 นี้รองรับ wireless NIC ของ IBM ThinkPad R51 เลย ความกังวลใจเมื่อก่อนจะลง 7.10 ก็หมดไป เพราะคราวเวอร์ชัน 7.04 นั้นต้องเสียเวลาลง Ndis Driver อยู่พอสมควรเหมือนกันกว่าจะปั้นให้ 7.04 รู้จัก wireless NIC ได้

    ความประทับใจที่สองคือ อักษรภาษาไทย สวยกว่าเดิม ทดลองใช้ Firefox ใน Live CD แล้วรู้สึกได้เลยว่า Font เปลี่ยนไป สวยงามขึ้นเยอะ

    ความประทับใจที่สาม มี Pidgin Internet Messenger ติดตั้งมาให้เลย ไม่ต้องเสียเวลาไปหามาติดตั้งเองเหมือนสมัย 7.04 อีกแล้ว

    ความประทับใจที่สี่ Suspend & Hibernate ทำงานได้แล้วกับ IBM R51 ซึ่งไม่สามารถทำงานได้กับเวอร์ชั่น 7.04 มาคราวนี้เจ๋งเป้งไปเลย ไม่ต้อง shut down บ่อยๆ แล้ว

    จบแค่นี้ก่อน เก็บไว้เขียนต่อวันหลังมั่งนะ

    Related Posts:

  • แก้ปัญหาเปิดไฟล์ winmail.dat ในอีเมล์

    Posted on August 14th, 2007 aoyoyo 1 comment

    ช่วงนี้รำคาญใจ vendor รายหนึ่งเป็นอย่างยิ่ง ดันส่ง e-mail รายงานการประชุมทางไกลเป็นแฟ้ม power point มาให้ แต่พวกเราได้รับเป็น winmail.dat แทนที่จะเป็น power point ขนาดบอกไปแล้วว่าให้ช่วยตั้งค่าใน Microsoft Outlook ที่(มัน)ใช้เป็น plain text แล้วค่อยส่งให้พวกเรา มัน(ฝรั่ง)ก็ไม่ยอมทำ บอกแล้วบอกเล่าจนรำคาญ ฝ่ายผู้รับคนอื่นๆ อีกหลายคนก็หาวิธีแก้ไม่ได้ ไอ้ครั้นจะให้เปลี่ยนไปใช้ Microsoft Outlook เหมือนมัน(ฝรั่ง)ก็เป็นไปไม่ได้อีก

    ทางออกสำหรับท่านผู้บริหารผู้มีเลขาฯ เป็นส่วนตัวแบบง่ายสุดๆ ก็เลยบอกให้เลขาฯ บันทึกแฟ้ม winmail.dat นั้นแล้วไปเปิดด้วย web-based extractor จากนั้นหาทางส่งต่อให้เจ้านายตัวเองกันเอาเองก็แล้วกัน

    สำหรับผู้ที่กำลังจะเป็นผู้บริหาร หรือผู้บริหารที่กำลังจะมีเลขาฯ ต้องพึ่งพาตนเองจะเลือกทำแบบแรกก็ได้ หรือจะติดตั้งตัวแปลงลงเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อแปลง winmail.dat ให้อัตโนมัติ ตัวแปลงมีทั้งสำหรับ Mac, Windows, และ Linux (สำหรับ debian และ ubuntu ใช้คำสั่ง apt-get install tnef ได้เลย)

    พิเศษสำหรับผู้ใช้ Thunderbird 1.5 – 2.0.0 มี add-on LookOut ให้ใช้ได้เลย สะดวกโค-ตะ-ระ

    อ้างอิง: David A. Wheeler, LinuxWorld

    Related Posts:

  • Flickr Images As Ubuntu Desktop Wallpaer

    Posted on August 8th, 2007 aoyoyo No comments

    อันดับแรกต้องลง Webilder ก่อน ด้วยการเพิ่มบรรทัดเหล่านี้ลงใน /etc/apt/sources.list

    For Ubuntu Feisty (i386, amd64, powerpc of sparc) Users
    deb http://debian.websterwood.com/ feisty main
    deb-src http://debian.websterwood.com/ feisty main
    For Ubuntu Edgy (i386, amd64, powerpc of sparc) Users
    deb http://debian.websterwood.com/ edgy main
    deb-src http://debian.websterwood.com/ edgy main
    For Ubuntu Dapper (i386, amd64, powerpc or sparc) Users
    deb http://debian.websterwood.com/ dapper main
    deb-src http://debian.websterwood.com/ dapper main

    จากนั้นทำคำสั่ง sudo apt-get update แล้วติดตั้ง Webilder ด้วยคำสั่ง

    If you are using GNOME Desktop use the following command
    sudo apt-get install webilder webilder-gnome
    If you are using KDE Desktop use the following command
    sudo apt-get install webilder webilder-kde

    จากนั้นคล๊ิกขวา GNOME panel เพื่ิอเพิ่ม icon ของ Webilder เข้าไป

    เสร็จเรียบร้อยก็ไปคลิ๊กขวาที่ Webilder icon บน GNOME panel

    ที่มา: Only Ubuntu

    Related Posts:

azada magicazada ancientazada games