More About Me...

ก็แค่คนตัวเล็กๆ ที่อยากจะบ่นไปบล็อกไป

Another Tit-Bit...

มีสาระบ้าง ไม่มีสาระบ้าง ก็ว่ากันไป

Archive: Global Warming

Global Warming Sunday, “Junk In, Power Out”


ทีมนักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัย Purdue กำลังคิดค้นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังขยะ “biorefinery” ซึ่งสามารถย่อยสลายขยะจากครัวให้กลายเป็น ethanol และก๊าซองค์ประกอบ (composite gas) เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานสำหรับเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า

ตัวเครื่องมีขนาดประมาณรถแวน สามารถกำจัดขยะได้ 2,500 ปอนด์ต่อวัน สร้างกระแสไฟฟ้าได้ 60 กิโลวัตต์ (มากพอสำหรับบ้านสามหลัง)

ขณะนี้กำลังอยู่ช่วงสร้างเครื่องต้นแบบที่สอง หลังจากประสบความสำเร็จในการทดสอบเครื่องรุ่นแรกให้กับกองทัพสหรัฐฯ ไปเมื่อเดือนพฤศภาคม ปีที่แล้ว

ประเทศไทยเราน่าจะมีการพัฒนาด้านนี้บ้าง ขยะชีวภาพประเทศเราน้อยอยู่เสียเมื่อไร โดยเฉพาะขยะจากของกินด้วยแล้ว แค่ตามตลาดสด หรือศูนย์อาหาร ก็น่าจะพอสร้างกระแสไฟฟ้าสำหรับสถานที่นั้นๆ โดยไม่ต้องเปลืองทรัพยากรอื่นแล้ว

ที่มา: PopSci

Global Warming Sunday, แมงกระพรุนจะครองทะเล

เขาบอกว่าเพราะโลกร้อนขึ้น น้ำทะเลก็ร้อนขึ้นนั้นฆ่าแหล่งอาหารของปลาอันได้แก่ phytoplankton ชนิดต่างๆ (นอกจากเป็นอาหารแล้ว ยังแปลงคาร์บอนไดออกไซด์เป็นออกซิเจนแบบเดียวกับพืชด้วย) ส่วนปลาบางพันธ์ุ เช่น eelpouts และ cod นั้นก็อาจไม่สามารถทนต่อปริมาณออกซิเจนที่ลดลง จนเป็นสาเหตุให้ปริมาณของปลาเหล่านี้ลดลงผกผันกับอุณหภูมิที่สูงขึ้น

แต่แมงกระพรุน (jellyfish) จะทนได้ … ข่าวร้ายสำหรับปลาหลายๆ ชนิด เช่น cod, salmon, อื่นๆ เพราะนอกจากแมงกระพรุนจะแย่งอาหารปลาแล้ว ยังกินปลาเป็นอาหารด้วย อย่างนี้ตำแหน่ง จ้าวทะเล จะไปไหนเสีย

สำหรับมนุษย์ (แน่นอนว่าถ้าเราไม่ปรับปรุงตัวด้วยการเปลี่ยนมากินแมงกระพรุนเป็นอาหารเสียก่อน) เห็นทีว่าแหล่งอาหารสำคัญของเราก็จะลดน้อยถดถอยตามไปด้วย


phytoplankton


การจับปลา cod แบบนี้อาจจะไม่มีให้เห็นอีกแล้ว

แมงกระพรุนจะครองทะเล

Technorati Tags:

Global Warming Sunday, “Digital House”

ช่วงนี้กำลังริเริ่มโครงการปรับปรุงบ้านรับโลกร้อนอยู่ค่ะ ที่คิดไว้ก็มี 1) ติดลูกหมุนระบายอากาศร้อน 2) ติด solar cell แปลงพลังงานแสงอาทิตย์เข้าปั๊มน้ำ

สำหรับลูกหมุนระบายอากาศร้อนนั้นก็ตั้งใจว่า จะนำมาช่วยลดอุณหภูมิบ้านช่วงกลางวันออกไป เวลาเลิกงานกลับมาบ้านแล้วจะได้ไม่ร้อนมาก ช่วยให้ไม่ต้องเปิดแอร์ประหยัดพลังงาน และแน่นอนค่าไฟฟ้าที่เราต้องจ่ายไป เหตุผลดูมี logic ดีมากใช่มั๊ยคะ ทีนี้มาพิจารณาความจริงหรืออุปสรรคกันบ้าง

ข้อเท็จจริงที่หนึ่ง คือ ปรกติแล้วลูกหมุนฯ นี้เขาไว้ติดระบายอากาศในโรงงานค่ะ ดังนั้นฐานลูกหมุนส่วนใหญ่แล้วก็จะผลิตมาสำหรับหลังคาโรงงาน พอจะนำมาติดกับหลังคาบ้านซีแพคโมเนียนี้ก็ต้องมีการดัดแปลงกัน ทำให้ราคาสูงขึ้นเล็กน้อย ตกแล้วก็ราคาประมาณลูกละ 2,000 บาท สอบถามคร่าวๆ บ้านเนื้อที่ประมาณ 65 ตรว. น่าจะต้องใช้ประมาณ 4 ลูก รวมแล้วก็ 8,000 บาท

ข้อเท็จจริงที่สอง บ้านมีหลังคาแล้วก็มีฝ้ากั้นหลังคา แต่โรงงานไม่มีฝ้าค่ะ ถ้าเราไม่เจาะฝ้าหลังคา เจ้าลูกหมุนฯ ก็จะระบายอากาศร้อนระหว่างฝ้าและหลังคาออกไปเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่วัตถุประสงค์ที่เราต้องการซักเท่าไร ดังนั้นก่อนจะติดลูกหมุนฯ ได้ ต้องจ้างช่างมาเจาะฝ้าก่อน จะเจาะเป็นช่องว่างเฉยๆ ก็ไม่ได้ด้วยนะ ต้องเป็นแบบดูดีมีสไตล์ เอ๊ย แบบมีฝาเลื่อนปิดได้ด้วย ไม่งั้นตอนกลางคืนเราเปิดแอร์นอน แอร์ก้็จะรั่วไหลออกไปทางช่องที่เจาะ คราวนี้เปิดแอร์อย่างไรห้องก็ไม่เย็นเสียที กลายเป็นเปลืองไฟเข้าไปอีก

ข้อที่สาม (สุดท้ายแล้วมั๊งเนี่ย) คือ บ้านแลนด์ไม่แพงอย่างที่คิด เอ๊ย บ้านแลนด์จะทำช่องว่างบริเวณฝ้าหลังคารอบนอกบ้านไว้เพื่อระบายอากาศ ผู้รู้แนะนำว่าเราต้องตามอุดช่องนั้นด้วย ไม่งั้นอากาศมันจะไหลไปที่ช่องนี้ ทำให้ลูกหมุนฯ ไม่หมุนเต็มประสิทธิภาพ

ดังนั้นก่อนจะสั่งซื้อลูกหมุนฯ เราจึงต้องแก้ปัญหาสองข้อหลังนี้ให้ได้ก่อน งบประมาณตั้งไว้ที่ 20,000 บาท จะพอมั๊ยเนี่ย

สำหรับโครงการ solar cell นั้น ผู้เขียนเองสนใจมานานแล้ว เห็นบ้านเราแดดร้อนแรงนัก สมควรจะต้องเอามาใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่า แต่เรื่องนี้เป็นอันดับรองๆ ลงไป คงต้องทำวิจัยซักนิดหน่อยก่อน (อีกเหตุผลคือแผง solar cell นั้นตอนนี้ราคายังค่อนข้างแพงด้วยค่ะ)

พูดถึงเรื่องปรับปรุงบ้าน ก็เลยนึกถึง Digital House ขึ้นมาได้ ต่างประเทศเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นแล้วนะคะ โดยแนวคิดคือจะเป็นบ้านที่ “คิด” และ “ปรับ” ตัวเองให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปแต่ละช่วงได้ และอาจ “อาศัย” สภาพแวดล้อมนั้น “แปลง” เป็นพลังงานให้กับบ้านเอง

ตัวอย่างเช่น บ้านที่สามารถสั่งปิด-เปิดหน้าต่างได้เองเพื่อรักษาอุณหภูมิให้คงที่ พร้อมระบบปรับองศาร่มกันแดดอัตโนมัติเพื่อลดความร้อนที่จะเข้ามาในตัวบ้าน

ตามตัวอย่างรูปข้างบนนั้น เป็นบ้านที่อังกฤษจัดแสดงการสร้างบ้าน Digital House ให้เห็นกันจริงๆ ค่ะ

ต่อไปถ้าเทคโนโลยีการสร้างบ้าน Digital House ถูกลง เราคงได้เห็นกันแพร่หลายในไทยแน่ๆ โดยเฉพาะส่วนกันร้อนนี่ น่าสนใจมากๆ

Technorati Tags:

Global Warming Sunday, “Step It Up 2007″

ในเมื่อรัฐบาลไม่ขยับ ประชาชนผู้สนใจสิ่งแวดล้อมชาวอเมริกันก็ระดมกำลังกันกระตุ้นรัฐบาลเขาให้ “ทำอะไรซะบ้าง” ด้วยแคมเปญ Step It Up 2007 “National Day of Climate Action” ในวันที่ 14 เมษายน นี้จะมีการร่วมแสดงความเป็นห่วงต่อสถานะการณ์โลกร้อนร่วมกันทั้งประเทศ เรียกร้องให้สภาคองเกรสผ่านกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ซะที รวมทั้งตั้งเป้าในการลดคาร์บอนไดออกไซด์ลงให้ได้ 80% ในปี 2050

แต่เขาไม่ใช้วิธีมาชุมนุมประท้วงที่หน้ารัฐสภานะคะ เขาใช้วิธีแสดงพลังโดยการปราศรัย จัดกิจกรรม โดยหวังให้ข้อมูลข่าวสารได้แพร่ออกไปสู่สาธารณะ เพื่อวันหนึ่งข้างหน้าเมื่อสาธารณะชนมีเข้าใจเรื่องภาวะโลกร้อนมากพอ ก็จะเลือก ส.ส. และ ส.ว. ที่สนับสนุนเรื่องนี้เข้าไปในสภา และจัดการผ่านกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกมาในที่สุด (ยังมีเหตุผลน่ารักๆ อีกอันหนึ่งก็คือ การเดินทางไกลๆ จากบ้านมายังกรุงวอชิงตันนั้นต้องใช้พลังงานน้ำมันแน่นอน เขาไม่อยากให้ทำแบบนั้น เพราะมันเป็นการเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์โดยใช่เหตุ)

เรื่องนี้ต้องจับตาดูกันต่อไป อเมริกาเลือกตั้งครั้งหน้าจะมีผู้สมัคร สส. ท่านใดใช้เรื่องโลกร้อนให้เป็นประโยชน์บ้าง

Technorati Tags:

Global Warming Sunday, “The Great Global Warming Swindle”

เมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา สถานีโทรทัศน์ช่อง 4 ประเทศอังกฤษ แพร่ภาพสารคดีแสดงความคิดเห็นของนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำหลายคน ที่ไม่เห็นด้วยกับทฤษฎีโลกร้อนจากคาร์บอนไดออกไซด์จากน้ำมือมนุษย์ เขาบอกว่าสถานะการณ์โลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาตินั้นไม่เกี่ยวอะไรกับมนุษย์เลย รวมทั้งการเพิ่มขึ้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศก็ไม่เกี่ยวอะไรกับการเปลี่ยนแปลงธรรมชาติด้วย ความพยายามลดคาร์บอนไดออกไซด์อาจจะส่งผลกระทบอื่นๆ ต่อประเทศในโลกที่สาม (ยากจนและป่วยไข้ต่อไป เนื่องจากความพยายามลดคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้ประเทศเหล่านี้ไม่สามารถนำทรัพยากรน้ำมัน ถ่านหิน ออกขายได้) จากการวิจัยล่าสุดพบว่าการแผ่กระจายของรังสีคอสมิคและ solar activity ต่างหากที่อธิบายปรากฎการณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของอุณภูมิโลกได้ถูกต้องกว่าทฤษฎีคาร์บอนไดออกไซด์ รายงานจากศูนย์อวกาศ Danish Space Center พบว่าเมื่อsolar activity เพิ่มมากขึ้นนั้น การจัดวางตัวของเมฆก็จะเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น

สารคดีประกอบด้วยความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ เช่น climatology, นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม, biogeography, และ paleoclimatology จากสถาบัน MIT, Nasa, the International Arctic Research Center, the Institute Pasteur, the Danish National Space Center, and the Universities of London, Ottawa, Jerusalem, Winnipeg, Alabama and Virginia

ชมสารคดีความยาว 1 ชั่วโมง 15 นาทีได้ที่นี่ [coolplayer]http://www.youtube.com/watch?v=XttV2C6B8pU[/coolplayer]

ความเห็น Rangwan.com: แล้วอย่างนี้เราจะเชื่อทฤษฎีไหนดีเนี่ย ??? ถ้าทฤษฎีนี้จริง แปลว่าเรางอมืองอเท้าอยู่เฉยๆ ช่วยกันผลิตคาร์บอนไดออกไซด์ต่อไป เพราะมันไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้โลกร้อนขึ้น แต่ถ้าตามทฤษฎีสมคบคิด (Conspiracy Theory) ต้องบอกว่านี่เป็นการสมคบคิดของบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ออกทุนให้โทรทัศน์ช่อง 4 ทำสารคดีหักล้างทฤษฎีคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีการศึกษาและยอมรับกันมานาน เพื่อให้ได้สิทธิ์อันชอบธรรมจากประชาคมโลกให้ได้ขุดน้ำมัน ขายๆๆๆ กันต่อไป อย่างที่ภาษิตจีนว่าไว้ “เงินใช้ผีโม่แป้งได้” นับประสาอะไรกับ ใช้เงินจ้างนักวิทยาศาสตร์มาพูดๆๆๆ (เอ้อ ว่าแต่ว่า อันหลังนี้มันก็แค่ทฤษฎีสมคบคิดของผู้เขียนนะ อย่าคิดว่ามันจริงล่ะ แต่มันอาจจะจริงก็ได้นะ)

ที่มา: The Great Global Warming Swindle

Technorati Tags:

RECENTCOMMENTS

MOSTCOMMENTS

LINKLOVE

Tag Cloud

Recent Readers. These are the cool and trendy people that reads my blog!Recent Readers

IMG_9272IMG_9260IMG_9258IMG_9257IMG_9256IMG_9251IMG_9248