แม่สลอง - จะบูสีเทรคกิ้ง (Jabusee Trekking)
Feb 28
2008
ตามสัญญา วันนี้จะพาเดินขึ้นบ้านจะบูสีกันล่ะ
ก่อนอื่นขอแนะนำ ไกด์กิติมศักดิ์ของเราก่อน “นะซึ” เป็นชาวละหู่แดง หรือมูเซอแดงและดำรงตำแหน่งสมาชิก อบต. ดูแลบริหารสองหมู่บ้าน (แน่นอนว่ามีบ้านจะบูสีเป็นหนึ่งในนั้น) รวมทั้งได้รับเลือกเป็นประธานสภา อบต. ด้วย ถ้าไม่มีนะซึนี่ จะบูสีเทรคกิ้งของเราคงจะลำบากลำบนกว่านี้เยอะ (อาจถึงขึ้นเดินไม่ถึงบ้านจะบูสีได้เลยนะเนี่ย) เพราะมีนะซึึช่วยขับรถมาขนสัมภาระของเราไปส่งให้ ทำให้เราแค่พาร่างกายไปให้ถึงแค่นั้นก็พอ
พวกเราออกเดินทางจากบ้านกลางกันช่วงสายๆ หลังจากอิ่มหนำสำราญกับข้าวต้มเช้า และจิบชาร้อนๆ จนได้ที่ นะซึและจะแร ก็มารับเราไปสู่จุดเริ่มต้นจะบูสีเทรคกิ้ง (ดูรูปเส้นทางประกอบได้ที่นี่) โดยระยะทางประเมินของเทรคกิ้งไกด์จะแร บอกเราว่าเดินประมาณ 5-6 กม. จากจุดตั้งต้นก็จะถึงที่หมาย
แรกๆ พวกเราก็เดินกันชิลๆ เดินไปชิมลูกไม้ข้างทางไป เห็นต้นอะไรจะแรแนะนำว่ากินได้ก็ลองชิม ชิมไปเปรี้ยวไปขำไป
ช่วงไหนภูมิทัศน์สวยงาม ก็แวะถ่ายรูปกันเป็นระยะๆ
คงจะเนื่องจากยังเป็นทางราบ ไม่ค่อยกินแรงนัก พวกเราเลยยังพอมีแรงขำ เดินไปยิ้มไปอย่างที่เห็น
จะแรบอกว่าบ้านจะบูสีอยู่หมู่ 9 ดังนั้นพวกเราตั้งต้นจากหมู่บ้าน 5 ก็ต้องเดินผ่านหลายหมู่บ้านอยู่ นี่ก็เริ่มเข้าเขตหมู่บ้านหนึ่งระหว่างทางไปบ้านจะบูสี
และก็อีกหมู่บ้านหนึ่ง …
หมู่บ้านนี้ “พนาสวรรค์” สมชื่อ สร้างบ้านกันกลางป่ากลางเนินเขากันเลยทีเดียว
ส่วนร้านค้านี้ เป็นแหล่งชุมชนร้านค้าสุดท้ายก่อนที่เราจะเข้าสู่เส้นทางป่าและดอยของจริง ต่อจากนี้จะแรจะพาเดินเส้นทางเข้าบ้านจะบูสี ซึ่งจะไม่มีบ้านให้เห็นอีกแล้ว พวกเราจึงแวะเติมพลังชีวิตกันไว้เป็นก๊อกสุดท้ายกันก่อน
ราวตากผ้า ท่ามกลางธรรมชาติ สวยแปลกตาดี เก็บภาพมาฝากระหว่างพักเติมพลัง
หลังจากนั้นเส้นทางก็เริ่มเป็นป่ารกขึ้นเรื่อย สังเกตได้ว่าไม่มีไร่ชาบริเวณภูเขาแล้ว
ภาพนี้เป็นภาพสุดท้ายที่ผู้เขียนถ่ายไว้ก่อนจะเก็บกล้องเข้ากระเป๋า เนื่องจากเส้นทางเร่ิมอันตรายต่อสุขภาพกายและสุขภาพกล้อง ตัวลื่นล้มตกเขาไม่เป็นไร (มีประกัน) แต่กล้องตกนี่เสียดายหลายตังค์เน้อ (ไม่มีประกันอ่ะ)
และแล้ว … แต่นแตนแต๊น …สุดท้ายคณะเราทั้ง 5 คน หลังจากผ่านการดึง ลาก ดัน(ทุรัง) ก็สามารถผ่านด่านทรหดถึงบ้านจะบูสีจนได้ มานั่งพักกันที่ศาลา 100 ปีสมเด็จย่าฯ กันอย่างเกือบหมดสภาพ
ทั้งนี้จะแรเล่าให้ฟังว่า ปรกติแล้วจะแรใช้เวลาเดินโดยเฉลี่ยแค่ 1 ชั่วโมง แต่พวกเราใช้เวลาไปตั้ง 4 ชั่วโมง ผิดปรกติอย่างแรงจนชาวละหู่ด้วยกันทักจะแรว่า “ทำไมเดินช้าจัง?”
โอ้ว อันนี้เร็วสุดในชีวิตแล้วค่ะ ป้าขา
อ้อ สำหรับช่วงนี้ใครที่อยากเห็นหน้าจะแร เทรคกิ้งไกด์หนุ่มหล่อชาวละหู่แดงของเรา ก็ขอบอกให้อดใจรอพบเขาในตอนหน้า ในวันพรุ่งนี้จะมีบรรยากาศเต็มๆ ของค่ำคืนที่บ้านจะบูสีให้ชมกัน
Tags: ท่องเที่ยว



















0