โพนยางคำ
เป็นชื่อแหล่งเลี้ยงโคขุนในจังหวัดสกลนคร
นอกจากนั้นยังเป็นชื่อร้านอาหารที่เราไปชิมไปบ่นไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา รู้จักร้านนี้ครั้งแรกจาก “ร้านอาหาร โพนยางคำ เพื่อนบอย ชวน ชิม” เนื้อแด๊งแดงน่ากิ๊นน่ากิน เลยชักชวนสหายน้องๆ ไปร่วมสังสรรค์กัน
ภาพต่างๆ เหล่านี้ถ่ายไว้ระหว่าง “ยังไม่หิว” แต่เริ่มตาลายเล็กน้อย

รสชาดอาหารนั้นอร่อยสมคำร่ำลือ แต่ที่ไม่ค่อยประทับใจคือ การบริการ อาจจะเป็นเพราะว่าร้านเริ่มเป็นที่นิยม พอลูกค้าเข้าร้านมากๆ เจ้าของร้านลืมปรับปรุงเรื่องการบริหารจัดการไป ในร้านจะพบป้ายเล็กๆ ประกาศรับสมัครพนักงานเสิร์ฟจำนวนมาก จริงแล้วพนักงานน่ะมีปริมาณพอสมควรอยู่แล้วนะ แต่ที่ต้องปรับปรุงอย่างด่วนคือ “การจัดการ” มากกว่า
เช่น ลูกค้าสั่งจิ้มจุ่มเนื้อน่องลาย ได้แต่เนื้อน่องลายมาก่อนล่วงหน้า (ประมาณ 30 นาที) ตามแล้วตามอีกก็ไม่ได้หม้อไฟมาจิ้ม จนกระทั่งทนรอไม่ไหว ต้องไปทวงกับคนใหญ่สุดในร้าน (คนคิดเงินนั่นเอง) จึงจะได้หม้อไฟมา ปัญหานี้จะหมดไป ถ้าจัดพนักงานซักสองสามคนคอยดูแลจัดอาหารให้ออกมาครบชุด แล้วค่อยยกไปส่งลูกค้า
หรืออย่างสั่งอาหารไปแล้วไม่ได้ เท่าที่สังเกตดู ไม่เห็นมีพนักงานคนไหน ถือกระดาษปากกาเลย สั่งไปแล้วได้แต่พยักหน้าหงึกๆ ถามว่าจำได้มั๊ย ก็บอกว่าจำได้ แต่อาหารก็ไม่มาอยู่ดี ปัญหานี้หลายๆ ร้านก็มีตัวอย่างให้ดูแล้ว อย่าง MK ลงทุน PDA ไว้จดกันเลย สำหรับร้านเล็กๆ จดใส่กระดาษก็ได้ แล้วมีพนักงานอีกคน คอยช่วยแยกแยะอาหารที่สั่ง ส่งต่อให้พนักงานชุดที่คอยจัดอาหาร
เท่านี้ร้านก็คงไม่ยุ่งเหยิงวุ่นวายมากขนาดนี้
สำหรับผู้เขียนแล้ว แม้อาหารจะอร่อยขนาดไหน แต่ยุ่งเหยิงวุ่นวายขนาดนี้ขอบายดีกว่าค่ะ ได้ทดลองชิมไปบ่นไปครั้งแรกครั้งเดียวก็พอ ทีหลังหาส้มตำ+จิ้มจุ่ม แถวๆ บ้านที่บริการดีพอสมควร และก็บรรยากาศสบายๆ ใกล้ๆ บ้านกินดีกว่า
ป.ล. ใครทดลองไปกินแล้ว ติดใจเนื้อ แต่ไม่ติดใจบริการ หาซื้อเนื้อโพนยางคำไปทดลองทำกินเองได้ที่บ้าน สหกรณ์โพนยางคำมี 2 สาขาในกรุงเทพฯ ใกล้เซียร์รังสิต กับแถวสุขุมวิทข้างวิลลาซุปเปอร์มาเก็ต







รูปน่ากินจัง
ยืนยันว่าอาหารอร่อยค่ะ