เป็นคนไทยต้องเชียร์ทีมชาติไทย
วันนี้ทีมฟุตบอลชาติไทยจะเตะฟุตบอลรอบคัดเลือกรอบสาม พบกับญี่ปุ่น ที่เมืองไซตามะ แม้ว่าโอกาสจะยากเย็นแสนเข็ญ แต่ยังไงก็มาร่วมกันส่งกำลังใจ ให้นักเตะดาบน้ำพี้ไทยสู้ดาบซามูไรญี่ปุ่นได้ถึงลูกถึงคนกันเถอะ
ส่วนตัวแล้ว ผู้เขียนคิดว่าถ้าเราช่วยเชียร์กันมากๆ ให้กำลังใจกันอย่างเป็นรูปธรรมอย่างคนในเชียร์ไทยเขาทำกันแล้ว ทีมชาติไทยเราต้องก้าวไปข้างหน้าทัดเทียมชาติอื่นๆ ในเอเชียได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้หลายๆ คนอาจเคยไปร่วมมหกรรมแดงเดือด ผีประทะหงส์ คราวนี้ถ้าว่างไปร่วมเชียร์ทีมชาติไทยที่ “เชียร์ไทยทั้งแผ่นดิน” กันดีกว่า ซึ่งถึงแม้ไปร่วมงานไม่ได้ แต่ผู้เขียนก็ขอมีส่วนร่วมโดยช่วยเผยแพร่กำหนดการตรงนี้ก็แล้วกัน
“เชียร์ไทยทั้งแผ่นดิน”
กำหนดการโดยสังเขป
6 ก.พ. 51
15.30 พร้อมกันที่ลานหน้าตลาดตะวันนา2 (ข้างปั๊มเชล เดอะมอลล์บางกะปิ)
16.00 พิธีกรทักทาย
- สัมภาษณ์แขกรับเชิญ
- พูดคุยกับแฟนบอล
- ซ้อมเพลงเชียร์
17.25 เริ่มการถ่ายทอดภาพ/เสียง จากญี่ปุ่น (ทีมชาติญี่ปุ่น-ทีมชาติไทย)
- พักครึ่ง สัมภาษณ์ตัวแทนกองเชียร์ “เชียร์ไทย” จากญี่ปุ่น
- วิเคราะห์เกมโดยแขกรับเชิญ
19.25 จบการแข่งขัน
- เก็บตกจากเกม
- สังสรรค์ต่อตามอรรธยาศัย
21.00 จบงาน
แขกรับเชิญ
- คุณอาจหาญ ทรงงามทรัพย์
- คุณเฉลิมวุฒิ สง่าพล
- คุณตะวัน ศรีปาน
- คุณเรย์ แมคโดนัล
*บางท่านอยู่ระหว่างการเชิญ
พิธีกร
- คุณบี แหลมสิงห์ FM99
- คุณป๊อบ เชียร์ไทย
พูดถึงเรื่องทีมชาติไทยแบบคนมองโลกในแง่บวกแล้ว เพื่อให้ออกมากลางๆ เลยเอา quote ของ บอ บู๋ นักเขียนคนดังแห่งสตาร์ซ๊อคเกอร์ มาแปะไว้ให้ดูบ้าง
อันนี้อาจคล้ายกับพวกที่ชอบถามว่า “เมื่อไหร่ทีมชาติไทยจะได้ไปฟุตบอลโลกสักที”
พวกที่ชอบถามแบบนี้แสดงว่ายังมีทั้งความหวังและความเชื่อว่าสักวัน
หนึ่งทีมชาติไทยจะไปฟุตบอลโลกได้สำเร็จใครที่ชอบตั้งกระทู้ถามหรือมีความเชื่อแบบนั้น ผมถือว่าเป็นพวกไม่
รู้จักฟุตบอลไทยที่แท้จริง จัดเป็นพวกชอบแสดงความเป็นห่วงทีมชาติแบบฉาบ
ฉวย แถมยังจัดอยู่ในประเภท “เพ้อเจ้อร์ส” อีกต่างหากที่สำคัญ คือ เป็นพวกชอบหลอกตัวเองอย่างรุนแรง
จำได้ไหมครับตอนถ่ายทอดสดพิธีการจับสลากแบ่งสายฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนเอเชีย ซึ่งปรากฎว่า ทีมชาติของเรา (ซึ่งความจริงน่าจะบอกว่า
เป็น ทีมชาติของคนกลุ่มหนึ่งหรือใครคนใดคนหนึ่งมากกว่า) ได้อยู่ร่วมสายเดียวกับ ยูเออี, เยเมน และเกาหลีเหนือ นั่นหมายความว่าเราหลีกเลี่ยงทีมยักษ์ใหญ่ขา
ประจำเวิลด์คัพอย่าง เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, จีน หรือ ซาอุฯ ได้สำเร็จ – พี่แกรายงานข้ามทวีปมาเลยครับ โดยพูดกับผู้ชมทางทีวีประมาณ “เราโชคดีมากครับที่ได้อยู่
กลุ่มนี้ ผมว่าคราวนี้เรามีสิทธิ์ไปบอลโลกสูงทีเดียว”อนึ่ง พี่แกหรือ “*แม่ม*” ในที่นี้คือผู้เกี่ยวข้องกับทีมชาติไทยคนหนึ่งซึ่งเดินทางไปร่วมงานจับสลากแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก
ยินแล้วก็ได้แต่ขำกลิ้งครับ ขำกลิ้งให้กับความฝันกลางแดดตอนเที่ยงในเดือนเมษายนของ*แม่ม*
เข้าใจ ครับว่าการพูดแนวนี้ไม่ต่างจากการสร้างขวัญและกำลังใจ เป็นการพูดบนความหวัง เพราะอย่างน้อยคนเราต้องอยู่บนความหวัง ประเภทฝันให้
ไกลแล้วไปให้ถึงอะไรทำนองนั้น เพียงแต่มันเป็นคำพูดของคนที่ไม่รู้จักตัวเองดีพอเปรียบได้ก็คงเสมอหนึ่งไอ้หน้าปลาตีนริจีบนางฟ้าบนสวรรค์
คือ มีความหวังมีความฝันและตั้งเป้าหมายให้ตัวเองเพื่อเป็นแรงผลักดันให้ควบ ทะยานสู่จุดมุ่งหมาย แต่:-)ไม่ได้ดูหน้าตัวเองเลยว่ามันเหมือนปลาตีน
ฉะนั้นสิ่งที่ต้องทำอันดับแรกคือไปรักษาหน้าของตัวเองให้ไม่เหมือนปลาตีนก่อนเป็นอันดับแรก
หรือไม่ก็ไปเกิดใหม่ให้หน้าตาดีกว่าปลาตีนเล็กน้อย
แล้วค่อยทะลึ่งฝัน
บอ บู๋ แกก็มุมมองของแกนะ อาจจะเป็นความจริงถึงความจริงเชิงลบมากๆ
แต่สำหรับผู้เขียนแล้วกลับคิดว่า เราเป็นคนไทยมีหน้าที่เป็นกองเชียร์ทีมชาติเราก็เชียร์ไป เชียร์ให้นักเตะและผู้เกี่ยวข้องวงในรู้ว่า เฮ้ย มีคนดูอยู่นะ เล่นชุ่ยๆ วางแผนชุ่ยๆ ไม่ได้นะ ถ้าชนะมาก็มีคนยินดีด้วย ถ้าเล่นเต็มที่แล้วแพ้กลับมา ก็มีคนเห็นใจ กองเชียร์บริสุทธิ์เหล่านี้น่าจะช่วยเปลี่ยนแปลงอะไรๆ ให้ดีขึ้นได้
สรุปว่า ยังไงก็จะเชียร์ ไม่มีความหวังก็จะเชียร์
โอกาสน้อย ยากนัก ก็คงต้องยืมคำขวัญกระตุ้นใจ ของนักยกน้ำหญิงหนักทีมชาติไทยตอนแข่งโอลิมปิก มาตะโกนกันก่อนลงเตะ “สู้โว๊ย!!!” ให้มันสะท้อนสะท้านเกาะญุี่ปุ่นไปเลย








February 6th, 2008 at 1:39 pm
ชอบตรงย่อหน้าที่เขียนว่า “เราเป็นคนไทยมีหน้าที่เป็นกองเชียร์ทีมชาติเราก็เชียร์ไป…” ครับ คิดอย่างนั้นเหมือนกันจริงๆ
ปล.ร่วมเชียร์ด้วยคนครับ สู้โว้ย!!
February 6th, 2008 at 9:01 pm
ครึ่งแรกสูสี น่าเสียดายครึ่งหลัง โดนแก้เกมได้ เล่นเราซะอ่วมเลย
February 6th, 2008 at 9:04 pm
ดูเกมแล้ว สู้ไม่ได้จริงๆครับ
แต่อย่างน้อย เราก็ได้สู้แล้ว
ไม่เดินไปข้างหน้า ยังไงก็ไปไม่ถึง
February 6th, 2008 at 9:17 pm
นัดหน้ากลับมาเล่นในไทย ต้องกู้หน้าคืน