ปัญหากล้วยๆ ที่ไม่กล้วย
เอาแล้ว ปัญหากล้วยๆ ที่ไม่กล้วยที่เขตป้อมปราบฯ ต้องการจัดการไม่ให้มีการซื้อขายกล้วยแขกบนถนน แต่ไม่สำฤทธิ์ผลเพราะพ่อค้าแม่ค้า เปลี่ยนวิธีการขาย จากตั้งแผงบนทางเท้า เปลี่ยนเป็น delivery ถึงที่กลางแยก
www.thairath.co.th - หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ออนไลน์
กทม.ขู่เก็บภาษีกล้วยแขก หลังจับปรับ 2 เดือนไม่ ได้ผล-แถมผู้ค้าดื้อยาเร่ขายกลางแยก [5 พ.ย. 50 - 04:10]
แหม ท่าน ผอ.มล. วิณา และท่าน พ.ต.ท. ประชาคะ สงสัยว่าวิธีการจัดการของท่านมันจะเป็น win-lose solution นะคะ คือ ทางเขตมีแต่ได้ (ความสะอาด สะดวก ปลอดภัย …) แต่ทางพ่อค้าแม่ค้ามีแต่เสีย (รายได้) อย่างนี้เขาจะยอมร่วมมือกับท่านหรือคะ
www.thairath.co.th - หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ออนไลน์
ม.ล.วิณากล่าวอีกว่า ที่ประชุมได้หารืออยู่นานกระทั่งได้ข้อสรุปขอให้ร้านค้าทุกแห่งทบทวนการขายกล้วยแขกบนถนน เพราะการลงไปค้าขายบนถนนผิด พ.ร.บ.จราจร พ.ศ. 2522 และพ.ร.บ.รักษาความสะอาด พ.ศ. 2535 มีความผิดทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งในช่วง 2 เดือนที่เจ้าหน้าที่กวดขัน ได้จับปรับเป็นเงิน 14,400 บาท แยกเป็น จับผู้ค้า 26 ราย เป็นเงิน 12,900 บาท และจับผู้ซื้อ 2 ราย เป็นเงิน 1,500 บาท จึงอยากให้ผู้ค้างดการขายบนถนน อย่างไรก็ตามหลังการประชุมทุกครั้งผู้ค้ารับปากจะให้ความร่วมมือ แต่หลังจากนั้นไม่นานก็จะเดินลงมาเร่ขายบนถนนเหมือนเดิม ดังนั้น หากในอนาคตมีการฝ่าฝืนอีก เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบชื่อร้านที่พิมพ์ไว้ในถุงพลาสติกจากพนักงานที่เดินเร่ขาย เพื่อที่ตำรวจและเทศกิจจะตามไปจับปรับถึงร้าน โดยจะจับปรับในอัตราโทษสูงสุดคือ ครั้งละ 2,000 บาท หากพบว่าร้านขายกล้วยแขกเดิมฝ่าฝืนกระทำผิดซ้ำๆ ก็จะประสานกรมสรรพากร เข้าจัดเก็บภาษีรายได้ ขณะที่ กทม.จะเก็บภาษีโรงเรือน เพื่อจัดเก็บรายได้ทั้งหมดเข้าเป็นรายได้ ของรัฐต่อไป.
อย่างนี้ควรจะหา win-win solution ที่ทางเขตก็ได้ความสะอาด สะดวกตามจุดประสงค์ พ่อค้าแม่ค้ารายได้ก็ไม่ลด (ถ้าจะให้ดีก็รายได้เพิ่มด้วย เขาคงยินดีอย่างยิ่งที่จะร่วมมือ) มากกว่าไปขู่เขาว่าจะเก็บภาษีกล้วยแขก หรือจับปรับนะคะ เพราะถ้าเขากลัวเขาก็คงยอมร่วมมือไปตั้งแต่แรกแล้ว คงไม่ต้องให้มาขู่กันซ้ำซากแบบนี้ ส่วนเหตุที่เขาไม่กลัวน่ะ น่าจะเป็นเพราะว่าเขายอมเสี่ยงโดนจับ (ซึ่งอาจจะโดนหรือไม่โดนก็ได้) แลกระหว่างที่เห็นๆ ว่าจะอดตายหากไม่ขาย หรือรายได้ตกมากกว่า
ผู้เขียนเห็นว่า
- ขายกล้วยแขกน่ะยังไงก็ไม่รวยอยู่แล้ว คนขายคงต้องการแค่รายได้ระดับหนึ่ง พอเลี้ยงชีพได้ ทางเขตน่าจะหารือเรื่องการประกันรายได้ช่วงแรก (2-3 เดือน) กรณีที่ต้องการให้พ่อค้าแม่ค้าย้ายทำเลจากที่เดิม ที่กีดขวางทางเท้า หรือทำให้เสียทัศนียภาพอันสวยงามของเขต
- เขตฯ ควรจัดหาทำเลค้าขายแนะนำไว้ล่วงหน้าเลย เช่น ช่วงเช้าให้ไปขายที่บริเวณออฟฟิศ ช่วงเที่ยงบริเวณตลาดสด ฯลฯ
- เขตควรจัดให้มีการประชุมเพื่อติดตามเรื่องรายได้เป็นระยะๆ หากเปลี่ยนทำเลแล้ว รายได้ไม่เข้าเป้าหลังจากเลยกำหนดระยะทดลอง (2-3 เดือน) ที่มีเงินประกันรายได้ ควรมีการแนะนำอาชีพเสริม เพื่อให้พ่อค้าแม้ค้าสามารถดำรงค์ชีพได้ตามอรรถภาพ
หากทางเขตฯ และเทศกิจมีความจริงใจในการแก้ปัญหา เอาใจเขามาใส่ใจเรา ผู้เขียนเห็นว่าปัญหากล้วยๆ นี้ก็น่าจะแก้ไขไปได้ด้วยดี win-win ทั้งสองฝ่ายค่ะ







