Posted by aoyoyo on Sep 9, 2007 in
Life & Travel
ไป Sydney คราวนี้มีกำหนดการพบลูกค้า ที่จะมาเป็น Service Provider รายใหม่ให้บริษัทเรา แต่เขาข้องใจในคุณภาพการให้บริการ (service quality) นิดหน่อย จึงต้องมีการชี้แจงและทำ workshop ร่วมกัน
ประเด็นหลักๆ คือเรื่อง web page response time ซึ่งการใช้งาน Internet ผ่านระบบดาวเทียมนั้นย่อมช้ากว่าระบบภาคพื้นดินอื่นๆ เนื่องด้วยดาวเทียมมีข้อจำกัดของระยะทางไปกลับระหว่างดาวเทียม และตัวรับส่งสัญญาณบนโลก round-trip-time delay นี้เป็นส่ิงที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
ดังนั้นแผนงานคร่าวๆ ในคราวนี้ จึงเป็นดังนี้
- อธิบายทฤษฎีเบื้องหลัง web page response time เพื่อความเข้าใจเบื้องต้นร่วมกัน
- ทำ workshop ร่วมกัน เพื่อ optimize โครงข่ายภาคพื้นดินให้มากที่สุดเพื่อปรับปรุง web page response time
- รวมถึงการปรับเปลี่ยน configuration ของ browser เพื่อปรับปรุง web page response time ด้วย
ช่วงนี้จึงอาจงดบล๊อกชั่วคราว เพราะเดิมพันการเดินทางครั้งนี้สูงนัก จะได้ลูกค้ารายใหม่รึเปล่าก็อยู่ที่การพบกันครั้งนี้ล่ะ
Posted by aoyoyo on Sep 6, 2007 in
Computer & Gadget
จดไว้กันลืม
จันทร์หน้าจะไป Sydney เขาให้ไปช่วยดูปัญหา Slow Internet Browsing ใน ISP ที่นู่น ได้ข่าวว่าผู้ร้องเรียนใช้ Firefox + Fasterfox เป็นตัวทดสอบ อันที่จริงเราก็ใช้อยู่ แต่ยังไม่เจอปัญหา
Firefox Extensions cause Memory Leaks and Crashes - CyberNet News
Fasterfox Issue: Can interfere with website access, and problems may continue even if Fasterfox is removed. Fix: Reset the defaults or start with a new profile in Firefox. Also make sure that you have prefetching disabled in the extension.
จริงๆ network คงมีปัญหานั่นแหล่ะ แต่วิธีทดสอบก็ต้องตรวจสอบด้วย ว่า OK!
ขอบคุณ Rachanont และ CyberNet
Posted by aoyoyo on Sep 5, 2007 in
Life & Travel
หลังจากออกวิ่งไปได้ 2-3 สัปดาห์ด้วยรองเท้าคู่ใหม่สำหรับวิ่งโดยเฉพาะ การวิ่งก็เป็นเรื่องราบรื่นขึ้นสำหรับผู้เขียน แต่ก็ยังมีเรื่องติดใจสงสัยอยู่นิดๆ ว่าการวิ่งนี่เขาต้องมีท่าทางที่ถูกต้อง เหมือนเราเล่นเทนนิส เล่นกอล์ฟ หรืออย่างกีฬาอื่นๆ ไหม ถูกล่ะที่เราก็วิ่งกันเป็นมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ถ้าจะวิ่งเป็นระยะทางไกลๆ มันก็น่าจะมีท่าทางที่ถูกต้องสำหรับการวิ่งโดยเฉพาะนะ
ทาง Wikipedia เขาว่าการวิ่งของมนุษย์แบ่งออกเป็น 3 ระยะ support, drive และ recovery ระยะที่เท้ายังแตะพื้นคือ support และ drive ส่วน recovery เป็นระยะที่เท้าพ้นพื้น เนื่องจากจะมีแค่ขาข้างใดข้างหนึ่งที่แตะพื้นระหว่างวิ่ง ดังนั้นขาอีกข้างหนึ่งก็จะอยู่ในระยะ recovery
ข้อมูลจาก Running Times Magazine บอกว่าท่าทางการวิ่งควรเป็นเช่นนี้
- หัวตั้งตรง เก็บคาง ตามองไปข้างหน้า จ้องที่เส้นขนานขอบฟ้า
- คอตั้งตรงสบายๆ อย่าให้เอนไปข้างหน้าหรือข้างหลัง
- ปล่อยไหล่ตามสบาย อกผาย
- ข้อศอกงอ แกว่งจากหน้าไปหลัง ปล่อยแขนตามสบาย
- กล้ามเนื้อท้อง abdomen กระชับ อย่างโค้งตัวไปที่เอว หายใจลึกๆ จากท้องไม่ใช่ปอด
- สะโพกผ่อนคลาย อยู่ตรงกลางไปตามแนวเส้นตรงของร่างกาย
- ขาผ่อนคลาย ยกขาขึ้นด้วยกล้ามเนื้อสะโพก คอยระวังให้ยกส้นเท้าขึ้นในแต่ละก้าววิ่ง
- เข่างอระหว่างกลางการวิ่ง
- ยกเท้าขึ้นเหมือนกำลังเหยียบขึ้นไปบนอะไรซักอย่าง วางเท้าลงพื้น ปล่อยนิ้วเท้าตามสบาย
โอย งง! งั้นอ่านคำอธิบายเพิ่มละกัน
เขาบอกว่าให้นึกว่าการวิ่งก็เหมือนกับการแกว่งลูกตุ้ม pendulum โดยมีหัวไหล่เป็นส่วนบนของลูกตุ้ม และแขนเป็นลูกตุ้ม กับสะโพกเป็นส่วนบนของลูกตุ้ม และขาเป็นลูกตุ้ม ตามทฤษฎีลูกตุ้ม ถ้าอยากให้มันแกว่งเร็วขึ้นเราก็ต้องตดเชื่อกห้อยให้สั้นลง เปรียบกับการวิ่งก็คือการงอเข่า งอแขนนั่นเอง และถ้าอยากวิ่งเร็วขึ้นก็ต้องแกว่งแขนขาให้เร็วขึ้น
ใช้ประโยชน์ของแรงโน้มถ่วงโลก (Gravity) โดยการเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย จะช่วยลดแรงที่ต้องใช้ในการวิ่งลง (แรง = น้ำหนัก ณ จุดศูนย์ถ่วง x ระยะทาง) ท่าในการเอนตัวที่ถูกต้อง ให้นึกถึงการเอนตัวของนักสกีกระโดด ด้วยการเอนตัวด้วยข้อเท้า ไม่ใช่เอว
เร่ิมต้นวิ่งช้าๆ ก่อนแล้วค่อยเพิ่มความเร็ว เหมือนรถที่ต้องเริ่มจากเกียร์หนึ่งแล้วเชนจ์เกียร์ขึ้นไปเรื่อยจนกระทั่งเกียร์สี่
ใช้ทุกส่วนของร่างกายวิ่งไปพร้อมๆ กัน อย่าใช้แต่ขา หัว คอ ไหล่ แขน สะโพก เข่า เท้า ต้องไปพร้อมๆ กันในจังหวะเดียวกันด้วย
เอาล่ะ พรุ่งนี้ต้องทดลองแบบฝึกหัดใหม่เสียหน่อย
ป.ล. การวิ่งสามารถเผาผลาญแคลอรีได้มากกว่าการเดินถึง 50% ดังนั้นใครที่อยากลดน้ำหนักก็ออกวิ่งเสียเถอะ