พรุ่งนี้จะออกทริประยองกะสหายเก่าแก่ ตั้งใจจะเอาน้องหนอน Canon 400D ไปตะลุยด้วยกัน แต่สิ่งที่ยังขาดนอกจากเลนส์ต่างๆ ซึ่งต้องรอสหายมะกันหิ้วมาให้กลางเดือนหน้าแล้ว ก็สายลั่นชัตเตอร์ RS-60E3 นี่แหล่ะที่ต้องการด่วนที่สุด หลังจากทดลองถ่ายในสภาพแสงน้อยหลายๆ หนก็คนพ้บว่าตัวเองเป็นคนมือหนักมาก กดชัตเตอร์ที่ไรกล้องสั่นทุกที

Google ไปมาก็ไปได้ข้อมูลจากที่นี่ี่ ที่นี่ ที่นี่ และที่นี่ี่ สรุปว่าสายลั่นชัตเตอร์นั้นหนาเราสามารถทำเองได้ แถมมีคนทำขายเสียด้วย สนนราคาก็ประมาณ 300-400 บาท ถ้าจะซื้อจากที่เขาทำขาย เทียบกับซื้อสาย RS-60E3 จริงจากแคนนอนแล้วก็ถูกกว่ากันโข

แต่…เดี๋ยวก่อน ในเมื่อเขาตั้งหลายคนทำเองได้ เราเองก็ต้องทำเองได้เหมือนกันเน้อ

ก่อนอื่นเอาวงจรมาดูกันก่อนดีกว่า

 schematic-2.jpg

 

โอ้ วงจรช่างง่ายดายนัก อย่างนี้ไม่ยากๆ

คิดได้ดังนี้ กลับมาบ้านก็จัดการคุ้ยๆ กล่องอุปกรณ์เพื่อหาสาย small talk เก่าๆ กับสายหูฟังเครื่องเล่น MP3 ที่เก็บสะสมไว้ (เป็นคนชอบเปลี่ยนยี่ห้อโทรศัพท์มือถือ ก็เลยมีสาย small talk หลากหลายมาก) ลองเอาสายเหล่านี้มาเสียบกับ Canon 400D ก็พบว่ามีอยู่สองเส้นที่ใช้ได้ เป็นของ Samsung เสียหนึ่งเส้น กับสายไม่มียี่ห้อเสียหนึ่งเส้น

ดังนั้นก็จัดการนำมันมาตัดส่วนหูฟัง และไมค์ออก ปลอกเปลือกสายทองแดง แล้วทดลองนำทองแดงสองเส้นมา short circuit กันก่อนว่าสามารถทำให้ชัตเตอร์ลั่นได้หรือไม่ ปรากฎว่าได้แฮะ ที่จริงยังไม่ครบทุกวงจรหรอก ต้องมีทำให้มันโฟกัสได้ด้วย แต่เวลามีจำกัด ตอนนี้เอาแค่ลั่นชัตเตอร์ก่อนก็แล้วกัน

ขั้นตอนต่อไปก็ต้องไปหาอะไรมาทำเป็นสวิทซ์เสียหน่อย จัดการไปคุ้ยๆ ลังสมบัติอีกเหมือนเดิม ได้อุปกรณ์เพิ่มเติมมาดังนี้

  1. หัวแร้งและตะกั่ว
  2. สวิทซ์กดปิดปล่อยเปิด

ขั้นตอนสุดท้าย นำเอาสายหูฟังที่เราปลอกสายไว้เมื่อกี๊ มาเชื่อมด้วยตะกั่วกับสวิทซ์ เป็นอันเสร็จสรรพขั้นตอนทำให้ใช้งานได้

ส่วนขั้นตอนตกแต่งให้สวยงามนั้นแล้วแต่ใจผู้บริโภค ผู้เขียนเองแกะๆ แงะๆ เอาจากคลังสมบัติมาประกอบเข้ากับสวิทซ์เพียงเพื่อให้มันดูแข็งแรงทนทานเวลาใช้งานเท่านั้น ไม่ได้มีจุดประสงค์จะส่งเข้าประกวดนางสาวไทยปีหน้า จึงไม่ได้ขัดสีฉวีวรรณมากนัก

อย่างไรก็ตาม งานนี้ถือว่าประสบผลสำเร็จในการทำสายลั่นชัตเตอร์ใช้เอง โดยไม่เสียเงินสักบาท เสียแต่เวลาไปสองชั่วโมง … ;-)

กลับจากระยองเมื่อไร เดี๋ยวจะมี v2.0 ให้มันโฟกัสได้ด้วยดีกว่า …



7

 

IMG_0647.JPG

  • อยากเป็น a millionaire ซักครั้งในชีวิตก็ให้พกเงินมาสัก 100 ดอลลาร์สหรัฐก็ได้เป็นเศรษฐีเงินล้านแล้ว (100 USD = 1,620,000 VND)
    IMG_0621.JPG
  • หลักการคำนวณค่าเงินที่นี่ง่ายๆ เลข 000 สามตัวของเงินดอง ไม่ต้องนับ ถือว่าไม่มีค่าอะไร เช่น อาหารราคา 32,000 ดอง หมายถึง 32 (พัน)ดอง หรือ 2 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 70 บาทไทย
  • ผู้คนที่ฮานอยนิยมมีจักรยานต์เป็นของตนเอง คงเพราะระบบขนส่งมวลชนยังไม่ดี ผู้เขียนอยู่มา 5 วันยังไม่เห็นระบบขนส่งมวลชนในเมืองเลย เห็นแต่จักรยานยนต์ส่วนตัว รถยนต์ส่วนตัว และรถแท๊กซี่ รถเช่าคอยให้บริการ
    IMG_0681.JPG
  • จำนวนรถจักรยานยนต์มากกว่ารถยนต์มหาศาล แต่ก็หาคนขับขี่ใส่หมวกกันน๊อคย๊ากยาก
  • รถจักรยานยนต์รับจ้างที่นี่ก็มีมากมาย แต่ไม่มีการใส่เสื้อวินเหมืองประเทศไทยนะ คงประมาณใครใคร่รับจ้างก็รับจ้าง
  • คำเล่าลือที่ว่า เดินหลับตาข้ามถนนในฮานอยก็ได้ ไม่ต้องมองรถ เดี๋ยวเขาหยุดให้เอง นั้นไม่จริงเลย คนเวียดนามเองยังเดินไปวิ่งไปเลย (ส่วนตัวผู้เขียนข้ามถนนไปก็สวดมนตร์ไปอ่ะ)
  • IMG_0653.JPG

  • นั่งรถยนต์ที่ฮานอยนี่ไม่ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยก็ได้ แต่ถ้าเป็นโฮจิมินต้องคาดนะ
  • คนฮานอยตื่นแต่เช้า เข้างาน 7.30 นาฬิกา และเลิกงานเร็วแค่ 16.00 กลับบ้านกันแล้ว
  • IMG_0696.JPG

  • เขาว่าคนเวียดนามดื่มกาแฟวันละ 3 เวลา ร้านกาแฟที่นี่จึงเปิดตั้งแต่เช้ายันดึก นอกจากนั้นแล้วกาแฟที่นี่ก็รสเข้มมากๆ ด้วย
  • IMG_0679.JPGIMG_0703.JPG

  • เฝอ (Pho) สามารถเป็นได้ทั้งอาหารเช้า และมื้อดึก ส่วนมื้อกลางวันและเย็นนั้นเขานิยมกินข้าว (Com) กัน
  • IMG_0689.JPGIMG_0685.JPGIMG_0690.JPG

  • Bia Hoi Hanoi หมายถึงสถานที่ขายเบียร์ฮานอย คล้ายๆ ซุ้มเบียร์สิงห์ ช้าง ฯลฯ บ้านเรา
  • IMG_0646.JPG

  • นอกจากหน้าตา ผิวพรรณ รูปร่างจะคล้ายๆ กันแล้ว tone, pitch, rhythm การพูดของคนเวียดนามกับคนไทยคล้ายกันมาก ถ้าเบลอๆ เผลอๆ จะนึกว่าพูดภาษาเดียวกันอยู่ ต้องตั้งสติให้ดีจึงจะรู้ว่ามันคนละภาษากัน (รูปข้างล่างนี้มีทั้งไทย พม่า และเวียดนามอยู่ปะปนกันอย่างสมานฉันท์ ทายออกไหมเอ่ยว่าไผเป็นไผบ้าง)
  • IMG_0725.JPG

  • อาหารเวียดนามที่คนไทยเรียกกันว่า “แหนมเนือง” ที่จริงแล้ว “Nem” คือ ชื่อแป้งที่ใช้ห่อสรรพองค์ประกอบ ส่วน “เนือง” นี่ยังหาไม่เจอมาจากองค์ประกอบใด และอัน “เส้นหม่ี” ใน “แหนมเนือง” บ้านเรานั้นของเวียดนามเขาเป็นเส้นคล้ายเส้นขนมจีน เรียกว่า “Bon”
  • IMG_0726.JPGIMG_0727.JPGIMG_0728.JPGIMG_0656.JPGIMG_0657.JPGIMG_0659.JPGIMG_0658.JPGIMG_0655.JPGIMG_0660.JPG

  • ทีวีช่อง VTV2 ที่นี่ฉายหนังต่างประเทศ แบบทั้งเรื่องใช้คนพากย์คนเดียว เป็นเสียงผู้หญิงเสียด้วย ดูครั้งแรกนึกว่ากำลังฉายหนังสารคดีแน่ะ
  • IMG_0817.JPG

  • บ้านที่นี่ส่วนใหญ่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมเดียวกัน ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ดูรูปเอาเองก็แล้วกัน
  • ปลูกบ้านใหม่ ทาสีแค่ด้านหน้ากับด้านหลังก็พอ ด้านข้างเว้นเอาไว้เผื่อบ้านข้างๆ มาสร้าง เราจะได้ไม่ต้องเปลืองสี
  • IMG_0630.JPGIMG_0631.JPG

  • คนเวียดนามตายแล้วฝัง จึงพบหลุมฝังศพได้ทั่วไปบริเวณชานเมืองฮานอย แม้แต่ในทุ่งนาก็กลายเป็นสุสานได้
  • IMG_0633.JPGIMG_0634.JPG

  • เมื่อออกมานอกเมืองหน่อยจะพบร้านขายเนื้อหมา (Thit Cho) ได้มากกว่าร้านขายเนื้อหมูเสียอีก
  • IMG_0769.JPG

  • แถมราคาเนื้อหมาก็ยังแพงกว่าเนื้อสัตว์อื่นๆ ด้วย
  • แต่เขาจะกินเนื้อหมากันเฉพาะช่วงพระจันทร์ข้างขึ้นเท่านั้น
  • และเพราะ 3 ข้อข้างบนมั๊ง เลยไม่พบขี้หมาบนถนนหนทางในฮานอยเลย
  • และถ้าโดนคนเวียดนามทักว่า “โด จ๋อ” นั่นคือเขาด่าว่า เราเป็นคนไม่ดีเหมือนหมา (จ๋อ (Cho))



7