-
เป็นพ่อค้าก็ต้องซื่อสัตย์
Posted on July 15th, 2007 7 commentsเผื่อคนที่ทำงานมาอ่านเจอ ก็ให้รู้ไว้เถอะ ว่าโพสต์ไว้กัดจิกใครบางคน เหอะๆ
————————————————————————————————————————
… พบกลุ่มคนกำลังมุงอะไรบางอย่างครื้นเครงคึกคัก จนอดไม่ได้ที่จะแวะเมียงมองเสียงอึงอลที่สุดในตลาดนั้น
แหวกฝูงชนเข้าไปก็เห็นชายคนหนึ่งหน้าตาเอาเรื่องกำลังออกท่าออกทางเอะอะโวยวายกับพ่อค้าแผงแตงโม
“เจ้าเขียนป้ายบอกอยู่นี่ไงว่า ไม่หวานยินดีคืนเงิน แตงโมของเจ้าจืดสนิท คืนเงินให้ข้าฯ เดี๋ยวนี้”
ชายผู้นั้นเตรียมถลกแขนเสื้อ ทำท่านักเลงโต จะลงไม้ลงมือพังแผงแตงโม จนพ่อค้ารีบขอร้อง “ท่านผู้กล้า วันนี้ข้าฯ เพิ่งขายได้ไม่กี่มากน้อย อย่าเอาเรื่องข้าฯ เลย”
“หนอย มาสอพลอเรียกผู้กล้าเรอะ นี่ถ้าไม่ยอมคืนเงินมาให้ข้าฯ เสียดีๆ ข้าฯ จะพังแผงเจ้า แล้วกระทืบแตงโมให้ป่นปี้ทั้งหมด”
ชาวบ้านที่มุงอยู่โดยรอบต่างส่งเสียงสนับสนุนกันอย่างครึกครื้น หลอกว้านจงเองก็ชอบใจต่อความตรงไปตรงมานั้น แต่เสียงทุ้มกังวานของหวังอิสงก็รอ้งห้ามปรามไว้เสียก่อน
“พ่อค้าผู้นั้นเป็นเพียงคนหาเช้ากินค่ำ ลำบากลำบนเหลือทนแล้ว พวกท่านยังจะไปทำลายข้าวของของเขาอีกหรือ เอาอย่างนี้เถิด ขอให้ข้าฯ ชดใช้แทนเขาดีกว่า”
“ฮึ ใช่ว่าข้าฯ อยากจะได้เงินคืน แต่เจ้านี่เขียนป้ายติดไว้ว่า แตงโมไม่หวาน ยินดีคืนเงิน แล้วแตงโมนอกฤดูเช่นนี้มีหวานที่ไหน แม้เป็นพ่อค้าก็ต้องรักษาความสัตย์ อย่าถือเพียงว่าเป็นการค้าขายเล็กๆ น้อยๆ แล้วหลอกลวงคนอื่น”
ตอนนี้เริ่มมีเสียงบอกให้พ่อค้าคืนเงิน ใช่ คืนเงิน! คืนเงิน! คืนเงิน! ประสานกับเสียง พังเลย! พังเลย! พังเลย!
เจอเนื้อติดกระดูกเช่นนี้ในที่สุดพ่อค้าแตงโมก็ต้องทำตาม
ทว่า พอชายคนนั้นได้เงินมาแล้ว กลับส่งคืนให้พ่อค้าเหมือนเดิม ซึ่งก็รับไปอย่างหน้าระรื่น
ชายผู้นั้นกำชับเพียงว่า “เป็นคนค้าขาย ต้องมีสัจจะ ไม่อย่างนั้นต่อไปใครจะเชื่อถือ”
7 responses to “เป็นพ่อค้าก็ต้องซื่อสัตย์”

-
(y) ถูกต้องที่สุดเลยครับ ยิ่งเมืองไทยคนไทยยังไงก็ได้ พ่อค้ายิ่งได้ใจใหญ่เลย
-
ต้องเอาไปให้ true กับ major ดูครับ ทำธุรกิจไม่มีความจริงใจ ผมโดนสองที่นี้มาจนเอือมแล้วครับ ที่แรก ตอนเปิดบริการน่ะ เปิดง่ายมาก แต่ตอนปิดเนี่ยสุด ๆ ต้องไปปิดสาขานี้ ๆ นั้น ๆ เท่านั้น ซึ่งมีไม่กี่สาขาตอนมาติดตั้งระบบ ชักช้าอืดอาด พอยกเลิก มาถอดก่อนหมดสัญญาอีก ตอนให้จ่ายเงิน ต้องให้ลูกค้ารีบจ่ายไม่เกินอาทิตย์ แต่ตอนคืนเงินลูกค้า บอกให้รอหนึ่งเดือนหรือมากกว่า น่าเกลียดมาก ๆ
ที่ที่สอง ออกบัตรมา แต่ให้ใช้ได้ 180 วัน หลังเปิดใช้ครั้งแรก บัตรมีเงินเหลือ เติมไม่ได้ ใช้ร่วมกับบัตรคนละราคาไม้่ได้ ซื้อตั๋วหนังร่วมกับเงินสดก็ไม่ได้ สรุปลูกค้ามีเงินเหลือในบัตร 50 กว่าบาท ไม่ได้ใช้ บ.ได้กำไร ไปฟรี ๆ ออกโปรโมชั่นแต่ละอันมา ต้องมีเงื่อนไข ซื้ออย่างอื่นก่อนถึงจะแถม คนที่มาคนเดียว ใครเค้าจะใช้ เพราะซื้อไปก็กินไม่หมด
หนังโฆษณาก็เหมือนกัน โฆษณามันเข้าไปครึ่งชั่วโมงแล้วไม่ได้ดูหนัง คนจ่ายเงินมาดูหนัง ไม่ได้มาดูโฆษณา ซึ่งมันรับเงินมาแล้วมาเก็บค่าตั๋วแพงอีก คนเค้าต้องเสียเวลากับการรอดูหนังเพิ่มมากขึ้นอีก ทำธุรกิจไม่จริงใจแบบนี้ ไม่น่าจะเจริญเลยจริง ๆ
ขอโทษนะครับ ที่มาบ่นบ้าบอในบล๊อก แต่ก็เข้ากับเอนทรี่นี้ดี
Leave a reply
-











xinexo July 16th, 2007 at 20:36